วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

ธงชาติของไทย 

ธงชาติในสมัยต่างๆนำช้างที่เชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลที่สุดคือช้างเผือกไทยเคยใช้รูปช้างเป็นธงชาติตั้งเเต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 

                             ธงสมัยรัชกาลที่ 1



                             ธงสมัยรัชกาลที่ 2



                             ธงสมัยรัชกาลที่ 4
ปัจจุบันใช้ธงไตรรงค์
พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า ธงชาติไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว 
ควรหาข้อกำหนดเรื่องธงชาติให้เป็นการถาวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชบรรทึก พระราชทานไปยังองคมนตรี เพื่อให้เสนอความเห็นของคนหมู่มากว่า จะคงใช้ธงไตรรงค์ดังที่ใช้อยู่เป็นธงชาติต่อไป
 หรือจะกลับไปใช้ธงช้างแทน หรือจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลักษณะธงชาติ กับวิธีใช้ธงไตรรงค์อย่างไรผลปรากฏว่าความเห็นขององคมนตรีแตกต่างกระจายกันมาก จึงมิได้กราบบังคมทูลข้อชี้ขาด ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชวินิจฉัยลงวันที่
 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ให้คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติต่อไป
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลต่าง ๆ ยังคงรับรองให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติอยู่เช่นเดิม โดยมีการออกพระราชบัญญัติธงฉบับ พ.ศ. 2479 เป็นกฎหมายรับรองฐานะของธงไตรรงค์ และหลังจากเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทยในปี พ.ศ. 2482 รัฐบาลต่าง ๆ ยังคงรับรองให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติอยู่เช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน โดยมีการออกพระราชบัญญัติธงฉบับ พ.ศ. 2522เป็นกฎหมายรับรองฐานะของธงไตรรงค์

พืชมงคล

              การปลูกพืชมลคลเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของคนไทยที่สืบทอดกันมาจนกลายเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่อาจเป็นการใช้อุบายในการปลูกพืชเพื่อเหมาะสมกับบริเวณบ้าน

ตัวอย่าพืชมงคล

ต้นบานไม่รู้โรย

                บ้านไหนมีคู่รักต้องปลูกต้นบานไม่รู้โรยไว้ในบ้านด้วย เพราะชื่อบานไม่รู้โรยเป็นชื่อมงคล หมายความถึง ความยั่งยืน ความอดทน และไม่ย่อท้อ หากเปรียบกับความรักก็เหมือนความรักที่ยั่งยืน ช่วยให้คู่รักมีความผูกพันมั่นคงต่อกันไปนาน ๆ ปราศจากความโรยรา หรือผันแปรตลอดไป

ต้นโกสน

          ไม้พุ่มหลากสีชนิดนี้ นิยมเป็นปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะภายในพระราชวัง และวัด เพื่อหวังให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข หากนำมาปลูกในบ้าน ก็จะทำให้ครอบครัวมีแต่ความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้งใด ๆ นั่นเพราะคนสมัยก่อนเชื่อกันว่า คำว่า "โกสน" มีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า "กุศล" ซึ่งหมายถึงการสร้างบุญ สร้างสิ่งที่ดีงามเป็นบุญเป็นกุศลนั่นเอง 

          ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล คนโบราณก็ยังแนะนำให้ปลูกต้นโกสนในวันอังคาร และปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้านเพื่อรับแสงแดดยามเช้า จะทำให้เห็นสีสันของใบที่สวยสด ดึงดูดสายตาของผู้ที่พบเห็น


ต้นโมก


          มีความเชื่อบอกต่อ ๆ กันมาว่า การปลูกต้นโมก หรือ โมกข ที่หมายถึงผู้ที่หลุดพ้นด้วยทุกข์ทั้งปวง จะนำเอาความสุขกายสบายใจ ความปลอดภัยมาให้สมาชิกในบ้าน เพราะดอกโมกมีสีขาวบริสุทธิ์สะอาด ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน บางคนอาจจะเรียกต้นโมกว่า พุดพิชญา หรือ พุทธรักษา เพราะเชื่อว่าจะต้นโมกสามารถปกป้องคุ้มครองสิ่งชั่วร้ายให้สมาชิกในบ้านได้ 

          เคล็ดลับสำหรับการปลูกต้นโมกก็คือ ให้ปลูกในวันเสาร์ เพราะเป็นต้นไม้ที่ปลูกเพื่อเอาคุณตามความเชื่อของคนโบราณ จะช่วยให้ต้นโมกเจริญงอกงามได้ดี และปกป้องคุ้มครองคนในบ้านได้ ซึ่งทิศที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกต้นโมกก็คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ



สำนวนสุภาษิตไทย

สำนวนสุภาษิตไทย

ความหมายของสำนวนสุภาษิต

สำนวน  เป็นคำกล่าวที่คมคาย กะทัดรัดงดงาม และฟังดู
ไพเราะจับใจ รวมเนื้อความของเรื่องยาว ๆ ให้สั้นลง เป็นคำกล่าวที่ใช้ถ้อยคำเพียงเล็กน้อย แต่กินความหมายลึกซึ้ง

สุภาษิต หมายถึง คำกล่าวที่ดีงาม เป็นคำสั่งสอนที่มุ่งแนะนำให้ปฏิบัติ ให้ประพฤติดี ประพฤติชอบ หรือให้ละเว้น 


ตัวอย่างสำนวน สุภาษิ

 ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง 
                      หมายถึง    คนเราจะสวยได้ก็ด้วยการรู้จักแต่งตัวการรู้จักเสริมแต่งสิ่งที่ได้มาโดยธรรมชาติให้ดูดียิ่งขึ้น

คางคกขึ้นวอ  

  หมายถึง    คนถ่อยหรือต่ำช้าคนที่มีฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วก็มักแสดงกิริยาอวดดีลืมตัว

ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

  ความหมาย ต่างฝ่ายต่างรู้ความลับของกันกัน


การละเล่นเด็กไทย


         การละเล่น 
                    หมายถึง การกระทำหรือกิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ ซึ่งมักมีกติกาการเล่นหรือการแข่งขันง่าย ๆ ไม่สลับซับซ้อนมากนัก
                   จุดประสงค์ส่วนใหญ่ มุ่งเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพื่อออกกำลังกาย และก่อให้เกิดความสามัคคีทั้งระหว่างผู้เล่นและผู้ชม 
                   กติกาอาจกำหนดขึ้นไว้ก่อนและเคยปฏิบัติมาแล้วหรือ ตกลงกันตั้งขึ้นขณะจะเริ่มเล่นก็ได้ คือ ไม่ค่อยพิถีพิถันในเรื่องกติการมากนัก 
การละเล่นของเด็กไทยมากมากมาย เช่น

จ้ำจี้


จำนวนผู้เล่น

ผู้เล่นจะมีจำนวน 3-4 คน


วิธีเล่น

ผู้เล่นจะวางมือบนพื้น แล้วเด็กคนแรกเป็นคนชี้นิ้วไปเรื่อยๆ พร้อมกับร้องเพลง จ้ำจี้มะเขือเปาะ” เมื่อร้องจบแล้วนิ้วชี้ไปตกที่นิ้วของใคร คนนั้นจะต้องหดนิ้วไว้ในอุ้งมือ จากนั้นก็เริ่มร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายนิ้วใครขาดหายไปมากที่สุดจะถือว่าเป็นผู้แพ้

เพลงประกอบ

จ้ำจีมะเขือเปราะ
พายเรืออกแอ่น
สาวๆ หนุ่มๆ
อาบน้ำท่าวัด
เอากระจกที่ไหนส่อง

กะเทาะหน้าแว่น
กระแท่นต้นกุ่ม
อาบน้ำท่าไหน
เอาแป้งที่ไหนผัด
เยี่ยมๆ มองๆ นกขุนทองร้องฮู้


ประโยชน์ของการละเล่น

   1. เป็นการช่วยบริหารร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
   2. เป็นการส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี รักหมู่คณะ
   3. เป็นการส่งเสริมการริเริ่มสร้างสรรค์ 
   4. เป็นการฝึกปฏิญาณไหวพริบ
   5. เป็นการสร้างเสริมในด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของท้องถิ่น